ความสุขใจ

เหตุให้เกิดความสุขใจ

1. ทำงานอยู่เสมอ

2.อย่าเอาเรื่องกับสิ่งเล็กน้อย 

3.อย่าเป็นทุกข์ล่วงหน้า

4.ต้องรับสิ่งที่หนีไม่พ้นด้วยความสงบ

5.อย่ายอมเป็นทาสของอดีต

6.หัดวิเคราะห์ทุกข์

7.ค้นหาสาเหตุของทุกข์แล้วกำจัดต้นเหตุ

8.ทำจิตให้เป็นอิสระไม่ตกเป็นทาสของมายาธรรมเช่น ลาภ ยศ สรรเสริญสุขที่เจือด้วยอามิส

9.ตระหนักแน่ว่าสิ่งทั้งปวงเป็นไปตามเหตุปัจจัย

10.ความมีเหตุผล

11.การเล็งเห็นคุณและโทษของสิ่งที่เราเข้าไปเกี่ยวข้อง

12.พยายามมองบุคคลและเหตุการณ์ต่างๆในแง่ดีตามสมควาร

13.การทำสมาธิ

14.การทำวิปัสสนา..

edit @ 1 Sep 2010 13:39:40 by ตะวัน จันทา

มองผ่านใจ

posted on 01 Sep 2010 11:21 by ohodha

    มีธรรมะเป็นที่พึ่งแล้วจะไม่ทุกข์

    และอีกประการหนึ่งนั้น ถ้าเราไม่มีธรรมะของพระพุทธเจ้า แล้วไซร้ ยิ่งมีเงินมากเท่าไร มันจะยิ่งเป็นไฟ สุมหัวเรามากเท่านั้น ถ้าเราไม่มีธรรมะของพุทธเจ้ามาช่วยคุ้มครองแล้ว สิ่งที่เรามี นั้นแหละมันจะแผดเผาเรา จะเผาผลาญเรา จะฝังเราทั้ง ๆ ที่เป็นให็จมอยู่ในนรกทั้งเป็น จนกระทั่งเน่าเข้าโลงไป

     แต่ถ้าเรามีธรรมะของพระพุทธเจ้าแล้ว ไม่มีอะไรมาทำให้เราเป็นทุกข์ได้ เงินทอง ข้าวของ ทรัพย์สมบัติ ลูกหลาน บุตร ภรรยา อะไรก็ไม่ทำให้เราเป็นทุกข์ได้ ......

edit @ 1 Sep 2010 11:29:07 by ตะวัน จันทา

เทวดาสอบได้

posted on 01 Sep 2010 11:16 by ohodha

การสอบกฎหมายของหมาวิทยาลัย มสธ. วิชาหนึ่ง มีนักศึกษาอารมณ์ขันคนหนึ่งเขียนลงในคำตอบว่า

     "ข้อสอบแบบนี้.....เทวดาเท่านั้นที่ตอบได้"

     อาจารย์ผู้ตรวจข้อสอบอ่่านแล้วหัวเราะ แต่แจ้งผลการสอบให้นักศึกษาผู้นั้นทราบเป็นลายลักษณ์อักษรว่า

     "เทวดาสอบได้ .....แต่เธอสอบตก"'

ตาบอดรึไง

posted on 01 Sep 2010 10:47 by ohodha

     วันชัยใจลอยขับรถจูบท้ายรถคันหน้าโครมเบ้อเร่อ ทั้งวันชัย และผู้หญิงเจ้าของรถคันหน้าลงจากรถมาประจันหน้ากัน เจ้าของรถคันหน้าใส่วันชัยก่อน

    "ตาบอดรึยังไง มาชนรถฉัน"

    "โอ๊ย ถ้าตาผมบอด รถผมไม่มาถึงรถคุณร็อก! ผมชนรถคันอื่นฉิบหายวายป่วงมาก่อนแล้ว"

พ่อสอนว่าอย่างไง

posted on 31 Aug 2010 21:16 by ohodha

   เด็กผู้ชาย  3 คน เข้าไปขโมยมะม่วงในวัด พระในวัดวิ่งไล่จับได้คุมตัวมาส่งเจ้าอาวาส

   เจ้าอาวาสสั่งให้เด็กทั้งสามเล่าให้ฟังว่าพ่อแม่เคยสั่งสอนถึงโทษของการลักขโมยว่าอย่างไร

    "พ่อผมเป็นครู" เด็กคนแรกเล่าก่อน " พ่อสอนว่า การลักขโมยไม่ใช่สมบัติของผู้ดีเป็นคนเลวครับ"

     เด็กคนที่สองเล่าบ้าง

    "พ่อผมเป็นหมอ  ..พ่อบอกว่าการขโมยผมไม้คนอื่นกิน เราไม่รู้ว่าผลไม้นั้นสะอาดหรือไม่ เราอาจจะ ...อาจจะป่วยได้"

     "ดีมาก แล้วเจ้าหนูคนนั้นล่ะ " เจ้าอาวาสอายุน้อย..(สาธุ ใช้สิทธิ์ พาดพิง) ชี้มือไปที่เจ้า ผมจุกคนที่สาม

     "พ่อผมเป็นทนาย....ผมจะฟ้องพระทุกองค์ฐานทำให้ผมเสื่่อมเสียเสรีภาพในร่างกาย"

 

 

edit @ 31 Aug 2010 21:30:53 by ตะวัน จันทา

ตีนผี

posted on 31 Aug 2010 20:26 by ohodha

โชเฟอร์รถบรรทุกไปสมัครงานกับเถ้าแก่เจ้าของรถ ทัวร์ตามใบประกาศรับสมัครทางหนังสือพิมพ์

      เถ้าแก่เห็นโชเฟอร์เป็นคนท่าทางเรียบร้อยคงเป็นคนใจเย็น จึงคงมือสัมภาษณ์ด้วยตัวเอง

    "ขับรถ มานานรึยัง"

    "สิบกว่าปีแล้ว"

    "รถอะไรบ้าง"

    "โอ๊ย ! รถบรรทุก รถยก  รถแท็กซี่ รถสามล้อ...จักรยาน...."

    เถ้าแก่ยกมือห้าม 

    "พอ...พอแล้ว มีใบขับขี่มั้ย"

    "มีทั้งส่วนบุคคล สาธารณะ"  

     "ดีมาก...เคยขับรถ   ชนคนตายมั้ย"

    "เอ้อ!"

    "อย่าโกหกนะ...บอกตรงๆ"

    โชเฟอร์ยกฝ่ามือชูให้เถ้าแก่ดู

    "ห้าครั้ง"

    "ชน คนตายห้าครั้ง"

    "ครับ"

    "ติดคุกกี่ปี ทั้งหมด"

    โชเฟอร์ส่ายหน้า

    "ไม่เคยเลย....ผมหนีทุกคดี ตำรวจไม่เคยจับผมได้ ซักครั้ง"

    เถ้า แก่หัวเราะ ชอบใจ

    "ลื้อเยี่ยมมาก...พรุ่งนี้มาทำงานเลย"

 

 

 

 

edit @ 31 Aug 2010 21:14:08 by ตะวัน จันทา

เพิ่ง เห็นหน้า

posted on 10 Aug 2010 18:55 by ohodha

วิษณุขึ้นโรงพักแจ้งความกับบร้อยแวร

     "ผมมาแจ้งความ"

     "เชิญครับ  มีอะไรให้ผมรับใช้"

     "ผมมาแจ้งความว่า  นายสมัรมันด่าผมว่าหน้าผม เหมือนฮิปโป"

     "เหตุเกิดเมื่อไหร่...."

     "ปีที่แล้ว"

     "อะไรกัน ....ทำไม่ถึงเพิ่งมาแจ้ง"

     "วิษณุเอานิ้วมือขยี้จมูกตัวเองก่อนจะตอบร้อยเวรว่า"

     "ผมเพิ่งเห็นหน้าฮิปโปเมื่อว่านนี้เองขะรับ"

 

    

  

ทาย ว่าไม่ติดคุก

posted on 10 Aug 2010 18:07 by ohodha

     "โหล ! หมอ เทวดาใช่มั้ยครับ "

     "ใช่!"

     "จำได้มั้ย เมื่่อเดือนที่แล้วผมพาน้องชายชื่อป่อง...ท้องป่อง ๆ น่ะ จำได้มั้ยครับ"

     "ท้องป่อง ๆ"

     "ที่เ่ขาูถูกฟ้องฐานฆ่าคนตายแล้วให้หมดเทวดาดูว่าจะติดตะรางมั้ย ....นึกออกรึยังครับ"

     "อ๋อ! ที่ยิงในบาร์ มีพยานเห็นหลายคนใช่มั้ย"

     "ใช่ ๆ ๆ ...จำได้แล้วใช่มั้ยครับ"

     "จำได้ จำได้ ..."

     "ที่ หมอ ทายว่าน้องผมไม่มีทางติดตะรางล้าน เปอร์เซ็นต์ น่ะ"

     "ช่าย ช่าย ช่าย "

     "แล้วเป็นไวบ้าง"

     " น้องผมไม่ติดคุกจริง ๆ ครับ......หมอแม่นมาก"

     เสียงหมอเทวดาหัวเราะร่า

    "ฮ่า ! ฮ่า! ฮ่า! ผมบอกแล้วไม่ติดก็ต้องไม่ติดซี.....ตอนนี้น้องคุณออกจากคุกแล้วรึยัง"

     "ออกมาแล้ว"

    "ศาลปล่อยใช่มั้ย"

    "ป่าวปล่อยครับ"

    "อ้าว!"

     "มันผูกคอตายในคุกก่อนศาลตัดสินขะรับ"

 

สวยนอก สวยใน

posted on 08 Aug 2010 18:27 by ohodha

    มีเจ้าของโรงแรมที่พักแห่งหนึ่งมีภรรยาอยู่ 2 คน คนหนึ่งมีรูปร่างหน้าตาที่สวยมากในสายตาของคนทั่วไปแต่อีกคนมีหน้าตาที่ถือว่าขี้เหร่ มีจมูกแบน ปากกว้าง และมีริมผีปากที่ดูหนา จนคนทั่วไปมีความรุ้สึกว่า นางคนนี้ช่างขี้เหร่หาใครเปรียบได้

    แต่ก็เป็นที่น่าแปลกใจ เพราะเจ้าของโรงแรมกลับรักคนที่ขี้เหร่มากกว่่าคนที่หน้าตาสวย บรรดาแขกที่มาพักต่างก็รู้สึกแปลกใจต่อการแสดงออกของเจ้าของโรงแรม เมื่อสบโอกาสเหมาะจึงได้ถามเขาว่า

     "ดูท่านไม่ค่อยรักภรรยาที่สวยคนนั้นเลยนะ  แต่กลับแสดงความรักต่อภรรยาผู้มีหน้าตาขึ้เหร่อย่างออกหน้าออกตาทำไมถึงเป็นเช่นนั้นล่ะ? "

     ฝ่ายเจ้าของโรงแรมจึงไขข้อข้องใจให้รับทราบ

     "ที่ผมดูไม่สนใจนางผู้มีหน้าตาสวยนั้น เพราะผมเข้าใจในตัวเธอแล้ว  แต่ก่อนผมเคยคิดว่า หน้าตาที่สะสวยของเธอจะทำให้ผมมีความสุข แต่หาเป็นเช่นนั้นไม่ ยิ่งนานวันผ่านไป ผม กลับรู้สึกรักเธอน้อยลง เพราะเธอเป็นคนที่เย่อหยิ่ง ผมจึงมองไม่เห็นความสวยของเธอ  เพราะถูกความเย่อหยิ่งปิดบัง ส่วนหญิงผู้มีหน้าตาขี้เหร่นั้น แต่ก่อนผมก็รู้สึกเช่นเดียวกับพวกท่านว่า เธอช่างดูอัปลักษณ์สิ้นดี แต่พอได้รู้จักเธอมากขึ้น เห็นกิริยาที่อ่อนน้อมถ่อมตนของเธอแล้ว ผมกลับรู้สึกว่านับวัน่ความสวยของเธอจะปรากฎมากยิ่งขึ้นเรื่อยๆ.."

ข้อคิด..ถ้าชีวิตติดอยู่กับความพอใจในส่ิงที่เห็นแต่เพียงภายนอกอย่างเดียว เพราจะต้องแสวงหาสิ่งที่ต้องการอย่างไม่มีสิ้นสุด เพราะสิ่งที่อยู่ภายนอกที่ตาแลเห็น ย่อมมีการเกิดขึ้น ตั้งอยู่  และเปลี่ยนสภาพไปตามกาลเวลา ความต้องการที่อยากไขว่คว้ามาครอง ก็จะเคลื่อนไหวตามไปอย่างไม่มีสิ้นสุดเช่นกัน แต่หากรู้จักสร้างความพอใจจากจิตใจภายใน โดยการรู้เท่าทันความรู้สึกนึกคิดที่มี รู้จักพิจารณา อย่างแยบคาย ปรับทัศนคติหรือมุมมองให้เป็นบวก กระทั่งก้าวสู้ความแจ่มใสในใจ ย่อมทำให้เราได้รับรู้รสชาติของความสุข และคุณค่าของสิ่งที่ปรารถนา อย่างแท้จริง เพราะสิ่งที่ซ่อนอยู่ในมิติของจิตใจภายในนั้นมีมวลของความสุขรอคอยให้เชยชมอย่างไม่มีที่สิ้นสุดเสมอ

ยอมให้ติด

posted on 08 Aug 2010 18:15 by ohodha

     นักเลงดี 3 คน มานั่งซัดเบียร์ในร้านอาหาร "ร่มเย็น พอกินเสร็จหัวหน้านักเลงดีดมือเปาะ! สั่งให้บ๋อยคิดเงินบ๋อยหายไปครู่หนึ่งถือกระดาษบิลเก็บเงินมายื่นให้หัวหน้า นักเลง

     "เท่าไหร่"

     " พันสอง"

     หัวหน้านักเลงหยิบบิลใบนั้นมาฉีกทิ้งแล้วสั่งบ๋อยว่า

     " ไปบอกผู้จัดการติดไว้ก่อน.....วันนี้ไม่มี"

     "ได้ครับได้ " บ๋อยโค้งคำนับ  "ผู้จัดการผมใจดี  แขกคนไหนไม่มี ผู้จัดการมักจะยอมให้ติดบ่อยๆ "

     หัวหน้านักเลงยิ้ม....ยักคิ้ว

    "ดีมาก....งั้นลื้อไปเชิญผู้จัดการมาคุยกับอั้วหน่อย"

    " รอซักครู่นะครับ...ผู้จัดการไม่ว่าง"

    "ทำอะไรอยู่วะ"

     "กำลังโทร. เรียกตำรวจอยู่...รับรองว่ายอมให้ติดแน่ เลยครับ...ติดคุก

 

edit @ 8 Aug 2010 18:22:41 by ตะวัน จันทา