posted on 01 Sep 2010 13:26 by ohodha
ความสุขใจ
เหตุให้เกิดความสุขใจ
1. ทำงานอยู่เสมอ
2.อย่าเอาเรื่องกับสิ่งเล็กน้อย
3.อย่าเป็นทุกข์ล่วงหน้า
4.ต้องรับสิ่งที่หนีไม่พ้นด้วยความสงบ
5.อย่ายอมเป็นทาสของอดีต
6.หัดวิเคราะห์ทุกข์
7.ค้นหาสาเหตุของทุกข์แล้วกำจัดต้นเหตุ
8.ทำจิตให้เป็นอิสระไม่ตกเป็นทาสของมายาธรรมเช่น ลาภ ยศ สรรเสริญสุขที่เจือด้วยอามิส
9.ตระหนักแน่ว่าสิ่งทั้งปวงเป็นไปตามเหตุปัจจัย
10.ความมีเหตุผล
11.การเล็งเห็นคุณและโทษของสิ่งที่เราเข้าไปเกี่ยวข้อง
12.พยายามมองบุคคลและเหตุการณ์ต่างๆในแง่ดีตามสมควาร
13.การทำสมาธิ
14.การทำวิปัสสนา..
edit @ 1 Sep 2010 13:39:40 by ตะวัน จันทา
posted on 01 Sep 2010 11:21 by ohodha
มีธรรมะเป็นที่พึ่งแล้วจะไม่ทุกข์
และอีกประการหนึ่งนั้น ถ้าเราไม่มีธรรมะของพระพุทธเจ้า แล้วไซร้ ยิ่งมีเงินมากเท่าไร มันจะยิ่งเป็นไฟ สุมหัวเรามากเท่านั้น ถ้าเราไม่มีธรรมะของพุทธเจ้ามาช่วยคุ้มครองแล้ว สิ่งที่เรามี นั้นแหละมันจะแผดเผาเรา จะเผาผลาญเรา จะฝังเราทั้ง ๆ ที่เป็นให็จมอยู่ในนรกทั้งเป็น จนกระทั่งเน่าเข้าโลงไป
แต่ถ้าเรามีธรรมะของพระพุทธเจ้าแล้ว ไม่มีอะไรมาทำให้เราเป็นทุกข์ได้ เงินทอง ข้าวของ ทรัพย์สมบัติ ลูกหลาน บุตร ภรรยา อะไรก็ไม่ทำให้เราเป็นทุกข์ได้ ......
edit @ 1 Sep 2010 11:29:07 by ตะวัน จันทา
posted on 01 Sep 2010 11:16 by ohodha
การสอบกฎหมายของหมาวิทยาลัย มสธ. วิชาหนึ่ง มีนักศึกษาอารมณ์ขันคนหนึ่งเขียนลงในคำตอบว่า
"ข้อสอบแบบนี้.....เทวดาเท่านั้นที่ตอบได้"
อาจารย์ผู้ตรวจข้อสอบอ่่านแล้วหัวเราะ แต่แจ้งผลการสอบให้นักศึกษาผู้นั้นทราบเป็นลายลักษณ์อักษรว่า
"เทวดาสอบได้ .....แต่เธอสอบตก"'
posted on 01 Sep 2010 10:47 by ohodha
วันชัยใจลอยขับรถจูบท้ายรถคันหน้าโครมเบ้อเร่อ ทั้งวันชัย และผู้หญิงเจ้าของรถคันหน้าลงจากรถมาประจันหน้ากัน เจ้าของรถคันหน้าใส่วันชัยก่อน
"ตาบอดรึยังไง มาชนรถฉัน"
"โอ๊ย ถ้าตาผมบอด รถผมไม่มาถึงรถคุณร็อก! ผมชนรถคันอื่นฉิบหายวายป่วงมาก่อนแล้ว"
posted on 31 Aug 2010 21:16 by ohodha
เด็กผู้ชาย 3 คน เข้าไปขโมยมะม่วงในวัด พระในวัดวิ่งไล่จับได้คุมตัวมาส่งเจ้าอาวาส
เจ้าอาวาสสั่งให้เด็กทั้งสามเล่าให้ฟังว่าพ่อแม่เคยสั่งสอนถึงโทษของการลักขโมยว่าอย่างไร
"พ่อผมเป็นครู" เด็กคนแรกเล่าก่อน " พ่อสอนว่า การลักขโมยไม่ใช่สมบัติของผู้ดีเป็นคนเลวครับ"
เด็กคนที่สองเล่าบ้าง
"พ่อผมเป็นหมอ ..พ่อบอกว่าการขโมยผมไม้คนอื่นกิน เราไม่รู้ว่าผลไม้นั้นสะอาดหรือไม่ เราอาจจะ ...อาจจะป่วยได้"
"ดีมาก แล้วเจ้าหนูคนนั้นล่ะ " เจ้าอาวาสอายุน้อย..(สาธุ ใช้สิทธิ์ พาดพิง) ชี้มือไปที่เจ้า ผมจุกคนที่สาม
"พ่อผมเป็นทนาย....ผมจะฟ้องพระทุกองค์ฐานทำให้ผมเสื่่อมเสียเสรีภาพในร่างกาย"
edit @ 31 Aug 2010 21:30:53 by ตะวัน จันทา
posted on 31 Aug 2010 20:26 by ohodha
โชเฟอร์รถบรรทุกไปสมัครงานกับเถ้าแก่เจ้าของรถ ทัวร์ตามใบประกาศรับสมัครทางหนังสือพิมพ์
เถ้าแก่เห็นโชเฟอร์เป็นคนท่าทางเรียบร้อยคงเป็นคนใจเย็น จึงคงมือสัมภาษณ์ด้วยตัวเอง
"ขับรถ มานานรึยัง"
"สิบกว่าปีแล้ว"
"รถอะไรบ้าง"
"โอ๊ย ! รถบรรทุก รถยก รถแท็กซี่ รถสามล้อ...จักรยาน...."
เถ้าแก่ยกมือห้าม
"พอ...พอแล้ว มีใบขับขี่มั้ย"
"มีทั้งส่วนบุคคล สาธารณะ"
"ดีมาก...เคยขับรถ ชนคนตายมั้ย"
"เอ้อ!"
"อย่าโกหกนะ...บอกตรงๆ"
โชเฟอร์ยกฝ่ามือชูให้เถ้าแก่ดู
"ห้าครั้ง"
"ชน คนตายห้าครั้ง"
"ครับ"
"ติดคุกกี่ปี ทั้งหมด"
โชเฟอร์ส่ายหน้า
"ไม่เคยเลย....ผมหนีทุกคดี ตำรวจไม่เคยจับผมได้ ซักครั้ง"
เถ้า แก่หัวเราะ ชอบใจ
"ลื้อเยี่ยมมาก...พรุ่งนี้มาทำงานเลย"
edit @ 31 Aug 2010 21:14:08 by ตะวัน จันทา
posted on 10 Aug 2010 18:55 by ohodha
วิษณุขึ้นโรงพักแจ้งความกับบร้อยแวร
"ผมมาแจ้งความ"
"เชิญครับ มีอะไรให้ผมรับใช้"
"ผมมาแจ้งความว่า นายสมัรมันด่าผมว่าหน้าผม เหมือนฮิปโป"
"เหตุเกิดเมื่อไหร่...."
"ปีที่แล้ว"
"อะไรกัน ....ทำไม่ถึงเพิ่งมาแจ้ง"
"วิษณุเอานิ้วมือขยี้จมูกตัวเองก่อนจะตอบร้อยเวรว่า"
"ผมเพิ่งเห็นหน้าฮิปโปเมื่อว่านนี้เองขะรับ"
posted on 10 Aug 2010 18:07 by ohodha
"โหล ! หมอ เทวดาใช่มั้ยครับ "
"ใช่!"
"จำได้มั้ย เมื่่อเดือนที่แล้วผมพาน้องชายชื่อป่อง...ท้องป่อง ๆ น่ะ จำได้มั้ยครับ"
"ท้องป่อง ๆ"
"ที่เ่ขาูถูกฟ้องฐานฆ่าคนตายแล้วให้หมดเทวดาดูว่าจะติดตะรางมั้ย ....นึกออกรึยังครับ"
"อ๋อ! ที่ยิงในบาร์ มีพยานเห็นหลายคนใช่มั้ย"
"ใช่ ๆ ๆ ...จำได้แล้วใช่มั้ยครับ"
"จำได้ จำได้ ..."
"ที่ หมอ ทายว่าน้องผมไม่มีทางติดตะรางล้าน เปอร์เซ็นต์ น่ะ"
"ช่าย ช่าย ช่าย "
"แล้วเป็นไวบ้าง"
" น้องผมไม่ติดคุกจริง ๆ ครับ......หมอแม่นมาก"
เสียงหมอเทวดาหัวเราะร่า
"ฮ่า ! ฮ่า! ฮ่า! ผมบอกแล้วไม่ติดก็ต้องไม่ติดซี.....ตอนนี้น้องคุณออกจากคุกแล้วรึยัง"
"ออกมาแล้ว"
"ศาลปล่อยใช่มั้ย"
"ป่าวปล่อยครับ"
"อ้าว!"
"มันผูกคอตายในคุกก่อนศาลตัดสินขะรับ"
posted on 08 Aug 2010 18:27 by ohodha
มีเจ้าของโรงแรมที่พักแห่งหนึ่งมีภรรยาอยู่ 2 คน คนหนึ่งมีรูปร่างหน้าตาที่สวยมากในสายตาของคนทั่วไปแต่อีกคนมีหน้าตาที่ถือว่าขี้เหร่ มีจมูกแบน ปากกว้าง และมีริมผีปากที่ดูหนา จนคนทั่วไปมีความรุ้สึกว่า นางคนนี้ช่างขี้เหร่หาใครเปรียบได้
แต่ก็เป็นที่น่าแปลกใจ เพราะเจ้าของโรงแรมกลับรักคนที่ขี้เหร่มากกว่่าคนที่หน้าตาสวย บรรดาแขกที่มาพักต่างก็รู้สึกแปลกใจต่อการแสดงออกของเจ้าของโรงแรม เมื่อสบโอกาสเหมาะจึงได้ถามเขาว่า
"ดูท่านไม่ค่อยรักภรรยาที่สวยคนนั้นเลยนะ แต่กลับแสดงความรักต่อภรรยาผู้มีหน้าตาขึ้เหร่อย่างออกหน้าออกตาทำไมถึงเป็นเช่นนั้นล่ะ? "
ฝ่ายเจ้าของโรงแรมจึงไขข้อข้องใจให้รับทราบ
"ที่ผมดูไม่สนใจนางผู้มีหน้าตาสวยนั้น เพราะผมเข้าใจในตัวเธอแล้ว แต่ก่อนผมเคยคิดว่า หน้าตาที่สะสวยของเธอจะทำให้ผมมีความสุข แต่หาเป็นเช่นนั้นไม่ ยิ่งนานวันผ่านไป ผม กลับรู้สึกรักเธอน้อยลง เพราะเธอเป็นคนที่เย่อหยิ่ง ผมจึงมองไม่เห็นความสวยของเธอ เพราะถูกความเย่อหยิ่งปิดบัง ส่วนหญิงผู้มีหน้าตาขี้เหร่นั้น แต่ก่อนผมก็รู้สึกเช่นเดียวกับพวกท่านว่า เธอช่างดูอัปลักษณ์สิ้นดี แต่พอได้รู้จักเธอมากขึ้น เห็นกิริยาที่อ่อนน้อมถ่อมตนของเธอแล้ว ผมกลับรู้สึกว่านับวัน่ความสวยของเธอจะปรากฎมากยิ่งขึ้นเรื่อยๆ.."
ข้อคิด..ถ้าชีวิตติดอยู่กับความพอใจในส่ิงที่เห็นแต่เพียงภายนอกอย่างเดียว เพราจะต้องแสวงหาสิ่งที่ต้องการอย่างไม่มีสิ้นสุด เพราะสิ่งที่อยู่ภายนอกที่ตาแลเห็น ย่อมมีการเกิดขึ้น ตั้งอยู่ และเปลี่ยนสภาพไปตามกาลเวลา ความต้องการที่อยากไขว่คว้ามาครอง ก็จะเคลื่อนไหวตามไปอย่างไม่มีสิ้นสุดเช่นกัน แต่หากรู้จักสร้างความพอใจจากจิตใจภายใน โดยการรู้เท่าทันความรู้สึกนึกคิดที่มี รู้จักพิจารณา อย่างแยบคาย ปรับทัศนคติหรือมุมมองให้เป็นบวก กระทั่งก้าวสู้ความแจ่มใสในใจ ย่อมทำให้เราได้รับรู้รสชาติของความสุข และคุณค่าของสิ่งที่ปรารถนา อย่างแท้จริง เพราะสิ่งที่ซ่อนอยู่ในมิติของจิตใจภายในนั้นมีมวลของความสุขรอคอยให้เชยชมอย่างไม่มีที่สิ้นสุดเสมอ
posted on 08 Aug 2010 18:15 by ohodha
นักเลงดี 3 คน มานั่งซัดเบียร์ในร้านอาหาร "ร่มเย็น พอกินเสร็จหัวหน้านักเลงดีดมือเปาะ! สั่งให้บ๋อยคิดเงินบ๋อยหายไปครู่หนึ่งถือกระดาษบิลเก็บเงินมายื่นให้หัวหน้า นักเลง
"เท่าไหร่"
" พันสอง"
หัวหน้านักเลงหยิบบิลใบนั้นมาฉีกทิ้งแล้วสั่งบ๋อยว่า
" ไปบอกผู้จัดการติดไว้ก่อน.....วันนี้ไม่มี"
"ได้ครับได้ " บ๋อยโค้งคำนับ "ผู้จัดการผมใจดี แขกคนไหนไม่มี ผู้จัดการมักจะยอมให้ติดบ่อยๆ "
หัวหน้านักเลงยิ้ม....ยักคิ้ว
"ดีมาก....งั้นลื้อไปเชิญผู้จัดการมาคุยกับอั้วหน่อย"
" รอซักครู่นะครับ...ผู้จัดการไม่ว่าง"
"ทำอะไรอยู่วะ"
"กำลังโทร. เรียกตำรวจอยู่...รับรองว่ายอมให้ติดแน่ เลยครับ...ติดคุก
edit @ 8 Aug 2010 18:22:41 by ตะวัน จันทา